วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560


การบันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ.2560
เวลา (10:30 – 12:30 น. )
ความรู้ที่ได้รับ
         วันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับครูปฐมวัย ว่าควรมีบุคลิกอย่างไร บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ด้วยกันคือ              
 1.บุคลิกภายนอกก็จะเป็นการแสดงออก การที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตา เช่น รูปร่างหน้าตา การแต่งกาย กิริยาท่าทาง การพูดจา                          
 2.บุคลิกภายในก็จะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ความเชื่อมั่นในตัวเอง กระตือรือร้น  ความรอบรู้ ความคิดริเริ่ม ความจริงใจ มีไหวพริบ



อาจารย์ถามว่าต้องมีทุกอย่างไหม ทุกคนต่างตอบว่ามี โดยเฉพาะข้อสุดท้าย ความมีไหวพริบ ถามย้ำอยู่หลายรอบ อาจารย์เลยมีแบบทดสอบให้เล่น คือ ภาคอีสาน มีจังหวัดอะไรบ้าง ภาคเหนือมีจังหวัดอะไรบ้าง อะไรเอ่ยที่เกี่ยวกับไฟ บอกข้อดีของอาจารย์เบียร์มาคนละ 1 อย่าง สนุกและตื่นเต้นมากค่ะ เล่นไปจนเหนื่อย อาจารย์ก็เข้าเนื้อหา การจำแนกบุคลิกภาพ หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ ว่าเป็นอย่างไรคร่าวๆ การจำแนกบุคลิกภาพ 4 แบบ เช่น

หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ
การยืน เดิน นั่ง
เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถ คือการเดิน ยืน นั่ง อย่างถูกต้องสวยงาม
การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา 
ถือว่าเป็นผู้มีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธีและถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ เป็นต้น

แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ
-      -  การรักษาสุขภาพอนามัย
-      -   การดูแลร่างกาย
-      -  การแต่งกาย
-      -   อารมณ์
-      -  ความเชื่อมั่นในตนเอง

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน
-        -  การยอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเอง 
-        -  การปรับปรุงในส่วนที่จะปรับปรุงได้ 

-        -  การใช้สิ่งอื่นๆ เพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพ

 อาจารย์ก็ให้ฝึกสมอง โดยทำท่าบริหารสมอง จะได้มีสติคือท่ายิงปืน จีบกับแอล ต่อไปอาจารย์ก็แจกใบเพลง ใบนี้เป็นเพื่อนที่ร้องไม่ค่อยได้ แต่อาจารย์ก็สอนร้องเพลงพร้อมทำท่าประกอบ ร้องครบทุกเพลงก็จบการเรียนครั้งนี้










ประเมินตนเอง : วันนี้รู้สึกช้าๆ เพราะนอนดึกแต่ก็เต็มที่กับการเรียนเหมือนเดิม เต็มที่กับทุกกิจกรรมค่ะ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจกับการเรียนในวันนี้ค่ะ เพราะเป็นวิชาที่สนุก ช่วยกันร้องเพลง ช่วยกันตอบเวลาอาจารย์ถาม
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ยังน่ารัก เสียงหวานเหมือนเดิม วันนี้คึกคักกว่าปกติ สนุกกว่าทุกครั้ง ยังสอนสนุกเหมือนเดิม ไม่มีเบื่อเลยค่ะ


วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560


การบันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2560
เวลา ( 10:30 – 12:30 น.  )

ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้อาจารย์ให้แต่ละคนออกไปร้องเพลงคนละ 1 เพลง ที่สั่งอาทิตย์ก่อน พร้อมท่าเต้นประกอบ พอทุกคนนั่งกันครบ อาจารย์ก็ให้เริ่มให้ออกไปได้เลย ว่าใครจะออกคนแรกจนออกไปทีละคนๆ คนถึงตาของเรา ฉันออกไปร้องเพลง บอกว่า...น่ารักจัง ออกไปร้องผิดด้วย เลยขอร้องใหม่อีกรอบ มีความสุขกับการไปร้องเพลงมาก เพื่อนให้ความร่วมมือกันมาก ช่วยกันปรบมือ ช่วยกันร้องเพลง ฝึกความกล้าแสดงออกอีกด้วย อาจารย์เลยให้รางวัลเด็กดีให้กับทุกคน แต่จะให้คนแรกเพิ่มอีก 1 รางวัล ในฐานะที่กล้าออกมาคนแรก หลังจากนั้นอาจารย์แจกกระดาษให้เขียนเนื้อเพลง รัก..รัก...รัก เป็นหัวกลมตัวเหลี่ยมให้ส่งในวันนี้เลย












ประเมินตนเอง ทำให้ตัวเราเองกล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าออกไปร้องกับเต้น
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆเต็มที่การออกไปร้องเพลงมาก ช่วยกันปรบมือช่วยกันร้องเพลง จึ่งทำให้เกิดความสนุกมากขึ้น
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้ช่วยทำจังหวะในการร้องเพลง เต้น ทำให้สนุกมากขึ้น อาจารย์ก็ยังใจดีเหมือนเดิม ร้องผิดก็ไม่ว่า แถมอาจารย์ยังให้กำลังใจอีกด้วย



การบันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2560
เวลา ( 10:30 – 12:30 น.  )

ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้อาจารย์ให้ร้องเพลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ก็ฝึกร้องเพลงกับท่าประกอบเพลง ทำไปพร้อมๆกับอาจารย์ แล้วก้ส่งการบ้าน ก ข ค ง ที่คัดหัวกลมตัวเหลี่ยม กิจกรรมต่อไปอาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับการใช้สมาธิ เช่น  ยิงปืน ยังมีอีกหลายท่ามาก การเคลื่อนไหวสลับข้าง 1-10 โป้ง-ก้อย แตะจมูก-แตะหู แตะหู จีบ L แต่จำได้ไม่หมด กิจกกรมนี้สามารถนำไปสอนเด็กให้มีสมาธิได้ เป็นการบริหารสมอง และยังช่วยให้เกิดการผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้สภาพจิตใจเกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้ เกิดความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่นท่าต่อไปนี้

           การเคลื่อนไหวสลับข้าง ท่าที่ 1 นับ 1-10
                  

           ประโยชน์ของการบริหารท่านับ 1-10
- เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค
- เพื่อกระตุ้นสมองที่มีการสั่งการให้เกิดความสมดุลทั้ง ซ้าย-ขวา
- เพื่อกระตุ้นความจำ
                                                                                                                                     

   ท่าที่ 2 จีบ L  
                                                                        

1. ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้มือขวาทำท่าจีบ โดยใช้นิ้วหัวแม่  มือประกบกับนิ้วชี้ส่วนนิ้วอื่นๆให้เหยียดออกไป
2. มือซ้ายให้ทำเป็นรูปตัวแอล (L) โดยให้กางนิ้วหัวแม่มือกับ นิ้วชี้ออกไป ส่วนนิ้วที่เหลือให้กำเอาไว้
3. เปลี่ยนเป็นจีบด้วยมือซ้ายบ้างทำเช่นเดียวกับข้อที่ 1 ส่วน มือขวาก็ทำเป็นรูปตัวเเอล (L)เช่นเดียวกับข้อ 2
4. ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบซ้าย-ขวา
- เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค- เพื่อกระตุ้นสมองเกี่ยวกับการสั่งการให้สมดุลย์ให้มีการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
- เพื่อกระตุ้นการทำงานความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา                                                ท่าที่ 3 โป้ง-ก้อย                                                                                                          

1. ยกมือทั้งสองข้างให้มือขวาทำท่าโป้งโดยกำมือและยกหัวแม่มือขึ้นมา ส่วนมือซ้ายให้ทำท่าก้อย โดยกำมือและเหยียดนิ้วก้อยชี้ออกมา
2. เปลี่ยนมาเป็นโป้งด้วยมือซ้ายและก้อยด้วยมือขวา
3. ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบโป้ง-ก้อย
- เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลทั้งซีกซ้ายและซีกขวา
- เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะ
- เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด                                                              ท่าที่ 4 แตะจมูก-แตะ     
1. มือขวาไปแตะที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายให้ไปแตะที่จมูก
 2. เปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายแตะที่หูขวา ส่วนมือขวาไปแตะที่จมูก 
ประโยชน์ของการบริหารท่า แตะจมูก-แตะหู
- ช่วยให้มองเห็นภาพด้านซ้ายและขวาดีขึ้นท่าที่ 5 แตะหู                                                       ท่าที่ 5 หูแตะหู สลับกัน

1. มือขวาอ้อมไปที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายอ้อมไปจับหูขวา
2. เปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายอ้อมไปจับหูขวาส่วนมือขวาอ้อมไปจับหูซ้าย                       ประโยชน์ของการบริหารท่าแตะหู,
- เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลทั้งซีกซ้ายและซีกขวา
- เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะ
        - เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด


                                           คัด ก-ฮ ตัวกลัม-หัวเหลี่ยม



                                           คัดสระ ตัวกลม-หัวเหลี่ยม

   อาจารย์ก็ได้สอนความรู้ที่เกี่ยวกับคุณลักษณะครูปฐมวัย อาจารย์ให้แต่ละคนคิดว่าครูคือใคร มีทั้งครูคือผู้ให้ความรู้ ครูคือผู้สร้างคนความหมายของครูเป็นอย่างไร ความสำคัญของครู ประเภทของครูมีแบบไหนบ้าง ต่อไปอาจารย์ให้ดูวีดีโอที่เกี่ยวกับครูกับเด็กพิเศษ ดูแล้วจะร้องไห้ ทำให้เรามีแรงงบันดาลใจในการสอนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติหรือไม่ปกติ
    


                                                                                                                 ความหมายของคำว่าครู

“ครู” ความหมายตามพระราชดำรัส
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ครูเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาการและเป็นผู้ถ่ายทอดความประพฤติ
วิธีประพฤติตน วิธีคิดและความดีงามทุกอย่าง
ซึ่งจะสร้างให้บุคคลเป็นคนดี เป็นคนที่ไม่เป็นภัยต่อผู้อื่น
ตรงข้ามคือเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อส่วนรวม และตัวเอง
                                   ก็จะได้รับประโยชน์ว่าเป็นคนที่เจริญ”                                                                                                 อ้างอิง  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ                                                                                                 
TEACHER
Teaching (การสอน) – การอบรมสั่งสอนศิษย์ให้มีความรู้
Ethics (จริยธรรม) – หน้าที่ในการอบบรมจริยธรรม
Academic (วิชาการ) – ครูต้องมีคว่มผิดชอบในด้านวิขาการ
Cultural Herritage (การสือทอดวัฒนธรรม) – สือทอดมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นหนึ่งให้ตกไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
Human Relationship (มนุษย์สัมพันธ์) – การมรมนุษย์สัมพันธ์อันดีต่อครูบุคคลทั่วๆไป
Evaluation (การประเมินผล) – การประเมินผลการเรียนการสอน
         Research (การวิจัย) – ครูต้องเป็นนักแก้ปัญหา




ประเมินตนเอง : วันนี้ตั้งใจทำกิจกรรมการฝึกสมาธิมาก แต่บางท่าก้ทำไม่ได้ แต่ก็ตั้งใตั้งใจฝึกทำให้ทันเพื่อนๆค่ะ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆเต็มที่กับกิจกกรมทุกกิจกรรมมาก สนุกสนานกันเพราะบางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ แต่ทุกคนก้ตั้งใจทำให้ได้
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์ก้ยังสอนสนุกสนานเหมือนทุกครั้ง มีกิจกกรมให้ทำหลายอย่าง มีอะไรให้ทำอยู่ตลอด การเรียนเลยมีรอยยิ้ม


การบันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1

วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2560
เวลา ( 10:30 – 12:30 น. )

ความรู้ที่ได้รับ
วันนี้เป็นการเรียนครั้งที่ 2 ที่เริ่มเรียนแบบจริงๆ พอถึงเวลาเรียนเพื่อนๆก็รีบเข้านั่งที่ แล้วทำความเคารพอาจารย์ หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้แจงเนื้อเพลงของเด็กปฐมวัย ที่เราต้องหัดร้อง ในเนื้อเพลงก็จะมีเนื้อเพลงอยู่ 5 เพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ตา หู จมูก,เพลง รัก รัก รัก, เพลง แมงมุมลาย,เพลง บอกว่า...น่ารักจัง,เพลง ศีรษะ เป็นเพลงที่น่าร้องมากค่ะ อาจารย์ก็สอนให้ร้องเพลง ทั้ง 5 เพลง โดยคิดท่าประกอบแต่ละเพลงให้สร้างสรรค์ ไม่ซ้ำกันมาก พอร้องไปครบครั้ง 5 เพลง 



อาจารย์ก็ให้ฝึกร้องฝึกทำท่า ร้องกันสนุกสนานมาก ไม่ว่าเพื่อนๆจะร้องได้หรือไม่ได้ก็ตาม เป็นเพลงที่สนุก เช่นเพลง ตา หู จมูก ร้องไปด้วยจำอวัยวะต่างๆไปด้วย พากันจำผิดจำถูก อาจารย์ให้นักศึกษาลุกขึ้นมากจัดแถวตอน 5 แถว แล้วให้ร้องเพลง แมงมุมลาย ซึ่งเพลงนี้มีท่าประกอบอยู่แล้ว อาจารย์เลยให้ทำให้ดูแล้วบอกว่าคนหน้าจะเป็นหัวพอถึงท่อนสุดท้ายก็กระโดนกลับหลังให้คนสุดท้ายเป็นหัวแมงมุมแทน แล้วให้นักศึกษาทำตาม ท่าเพลงนี้น่ารักมาก อาจารย์จะร้องเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทำไม่ค่อยทัน แต่เหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว ทุกคนสนุกสนานกันมาก 



 ( บรรยากาศตอนเรียน )




อาจารย์ให้กลับไปนั่งที่แล้วก็แจกการบ้าน ให้กลับไปคัด ก ข ค กับ สระ ให้เป็นหัวกลมตัวเหลี่ยม แต่จะมีแบบให้ดูเป็นตัวอย่าง วันนี้มีความสุขกับการเรียนมากค่ะ เพราะวิชานี้จะเน้นปฏิบัติมากกว่าวิชาอื่นๆ หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้สอนทำบล๊อกเกอร์ 




ประเมินตนเอง : วันนี้เป็นการเรียนครั้งที่ 2 วันนี้ตั้งใจเรียน เข้าห้องตรงเวลา อาจจะช้าหน่อย แต่วันนี้เต็มที่กับการเรียนมาก เพราะตื่นเต้นกับการได้ร้องเพลงมากมาย ฝึกให้เรากล้าแสดงออก ฝึกให้เราร้องเพลง คิดท่าประกอบต่างๆนาๆ ชอบบรรยากาศเรียนวันนี้ด้วย เรียนสนุกลุกนั่งสบาย
ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกๆคนตั้งใจร้องเพลงกันมาก มีทั้งร้องผิดบ้างถูกบ้าง แต่เพื่อนให้ความร่วมมือกับอาจารย์กันทุกคน ทั้งช่วยกันร้องเพลง ช่วยกันคิดท่าประกอบ
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์ได้สอนสนุกมาก อยากให้สอนแบบนี้ทุกคลาสๆ อาจารย์พูดจาน่าฟัง น่ารัก สนุกกับการเรียนครั้งนี้มากๆค่ะ 

เพลง บอกว่า...น่ารักจัง